ฮวงจุ้ยคืออะไร


หากถามว่า "ฮวงจุ้ยคืออะไร" หลายคนคงตอบว่า ฮวงจุ้ยก็คือ เรื่องการปรับเปลี่ยนแก้ไขบ้านหรืออาคารสถานที่ให้ดีขึ้นตามหลักฮวงจุ้ย และอาจมองว่าเป็นเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่ยากแก่การพิสูจน์ไปจนถึงขั้น เชื่อถือไม่ได้หรือเป็นเรื่องที่งมงาย แต่วันนี้ทีมงานบ้านน่าอยู่จะขอนำทุกท่านมาทำความรู้จักกับ "ฮวงจุ้ย" ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ฮวงจุ้ยคืออะไร

"ฮวงจุ้ย" หรือในภาษาอังกฤษเขียนว่า "Feng Shui" คือ ศาสตร์จากประเทศจีนโบราณที่มีอายุยาวนานหลายพันปี ถูกใช้และพัฒนามาตั้งแต่สมัย "ราชวงศ์เซี่ย" ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกเริ่มของอาณาจักรจีน โดยในสมัยนั้นนำศาสตร์ฮวงจุ้ยมาใช้ในการ หาชัยภูมิที่ตั้งอันเหมาะสมในการสร้างเมือง ซึ่งความหมายของฮวงจุ้ยเองก็คือ สภาวะแวดล้อมการอยู่อาศัยอย่างสอดคล้อง เกื้อกูลกับสภาวะแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในนั่นเอง

ฮวงจุ้ย

"ฮวงจุ้ย" เป็นศาสตร์ที่หลากหลาย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าฮวงจุ้ยคือผลลัพธ์ของศาสตร์ต่างๆ ที่มีทั้งความลึกลับน่าอัศจรรย์ และความเป็นเหตุเป็นผลมารวมไว้อย่างกลมกลืนกัน อันได้แก่

โหราศาสตร์ เนื่องจาก ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องเรื่องของตำแหน่งดวงดาว พลังและทิศทางของดวงดาว รวมถึงจักรราศี ธาตุกำเนิดต่างๆ ของแต่ละบุคคลอีกด้วย

ดาราศาสตร์ เนื่องจาก ฮวงจุ้้ยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของการคำนวณ ทางดาราศาสตร์ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้

สถาปัตยกรรมศาสตร์ เนื่องจาก ฮวงจุ้้ยเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่มีส่วนประกอบของวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ถือเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของโครงสร้าง สถาปัตยกรรม ที่ลงตัวสวยงามของตัวอาคารบ้านเรือน และบริเวณโดยรอบอาคาร ยกตัวอย่างเช่น หลักฮวงจุ้ยมีการแนะนำให้ปลูกต้นไม้ไว้บริเวณหลังบ้าน เพิ่อช่วยเพิ่มแรงหนุนนำที่ดีแก่คนในครอบครัว ซึ่งเป็นไปตามสถาปัตยกรรมที่ดีคือ สร้างความร่มรื่นสวยงามแก่บ้าน โดยไม่บดบังทัศนียภาพด้านหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ย

ภูมิศาสตร์ เนื่องจาก ฮวงจุ้้ยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องชัยภูมิหรือที่ตั้งเป็นหลัก ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับวิชาภูมิศาสตร์ ที่ว่าด้วยเรื่องของการจัดวางและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องกับสภาพดินฟ้าอากาศ อย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

วิทยาศาสตร์ เนื่องจาก ฮวงจุ้้ยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของเหตุและผลเป็นส่วนใหญ่ มีที่มาที่ไปที่สามารถเข้าใจถึงหลักความจริงอันเป็นวิทยาศาสตร์ได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างเช่น ความเชื่อตามหลักฮวจุ้ยที่ว่า ไม่ควรตั้งเตาไฟไว้ใกล้แหล่งน้ำอย่างอ่างล้างจาน ก๊อกน้ำ เพราะน้ำกับไฟเป็นธาตุที่ขัดแย้งและไม่ถูกกัน หากพิจารณาตามหลักวิทยาศาสตร์ก็ถือว่า เป็นความเชื่อที่ถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากเวลาทำอาหารด้วยเตาไฟ อาจเกิดอันตรายได้หากน้ำกระเด็นเข้าไปในไฟ หรือเวลาทำความสะอาดซักล้างด้วยน้ำ ก็อาจเกิดอันตรายได้หากเผลอเข้าใกล้เตาไฟมากเกินไป

จิตวิทยา เนื่องจาก ฮวงจุ้้ยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของ "เคล็ด" และ "การแก้เคล็ด" ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา ที่สร้างความรู้สึกที่ดีในด้านบวกมากมาย ได้แก่ การสร้างความสบายอกสบายใจ การมีความเชื่อมั่นศรัทธา สร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไปได้มากขึ้น คล้ายกับการ "เปลี่ยนชื่อ" ที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าชื่อใหม่มีพลังดลบันดาลมากน้อยเพียงใด แต่ที่แน่ๆ คือเราย่อมรู้สึกดีรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่ พร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยพลังที่สดใสมากกว่าเดิม

ฮวงจุ้ยบ้าน

"ฮวงจุ้ย" กับ "บ้าน"

ฮวงจุ้ยคือจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยสอดประสาน "ลมหายใจของสมาชิกในบ้าน" กับ "ลมหายใจของบ้าน" ให้กลมกลืนลื่นไหลไปพร้อมๆ กัน เมื่อหายใจพร้อมกันแล้วก็หมายความว่า "เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน" คือเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบ้านจะเป็นบ้านที่ดีและสมบูรณ์พูนสุขไปไม่ได้ หากปราศจากความรัก ความเข้าใจกันของคนในบ้าน เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้เรื่องของหลักฮวงจุ้ยด้วยเช่นกัน

สุดท้ายทีมงานบ้านน่าอยู่อยากจะฝากทุกท่านว่า เราไม่จำเป็นต้องทำตามหลักฮวงจุ้ยให้ได้ทุกเรื่อง 100% เสมอไป เพราะทางทีมงานเข้าใจและตระหนักดีว่า บางอย่าง บางเรื่องก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ได้ในทันที ยกตัวอย่างเช่น หากห้องนอนอยู่ผิดทิศ อาจอยู่ทิศตะวันตก ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าไม่เป็นมงคล การจะย้ายห้องนอนหรือปรับเปลี่ยนคงเป็นเรื่องใหญ่ หรือบางครั้งอาจเปลี่ยแปลงไม่ได้เลยเพราะเป็นคอนโดฯ อย่างนี้ก็ไม่ต้องเครียดและวิตกมากเกินไป

เพราะการที่ห้องนอนอยู่ทางทิศตะวันตกตามหลักความจริงแล้ว แสงแดดยามบ่ายอาจส่องมากระทบผนังห้องนอนเป็นเวลานาน ซึ่งกว่าความร้อนจะคลายตัวจากผนังต้องใช้เวลานาน อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว อึดอัด หลับไม่สนิท ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ในกรณีนี้ลองเลี่ยงเป็นวิธีอื่นแทนการย้ายห้องนอน เช่น อาจหาผ้าม่านป้องกันแสงแดด

"อยากฝากว่า การยึดตามหลักฮวงจุ้ยมากเกินไปก็ไม่ดี หรือ ไม่ยึดหลักฮวงจุ้ยเลยก็ไม่ดี ทางที่ดีคือ เดินทางสายกลางโดยไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นแหละ คือทางปฎิบัติที่ดีที่สุดที่มีความหนาพอควร หรือติดวอลเปเปอร์กันความร้อน หรือ หาต้นไม้มาปลูกบังแสงแดด ก็จะช่วยได้พอสมควร"




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้จักสัญญานายหน้าอสังหาริมทรัพย์

สีเสื้อมงคล เสริมดวงเฮง ปี 2563

เคล็ดลับทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ปี 2563